Monday, June 6, 2016

รัฐและอินเทอร์เน็ต: ไม่ยุ่งก็ไม่ได้ มากไปก็ไม่เหมาะ


หลายครั้งในที่สาธารณะ เรามักจะเห็นหลายคนแสดงจุดยืนที่ว่า รัฐไม่ควรเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับอินเทอร์เน็ตเลย จุดยืนเช่นนี้แม้จะเข้าใจได้ แต่ในความเป็นจริงแล้วเป็นจุดยืนที่มีปัญหาอยู่ในตัวมันเองไม่ใช่น้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการมองข้ามเรื่องของการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นบนอินเทอร์เน็ต โดยไม่คำนึงถึงความเป็นจริงทางสังคมที่เกี่ยวข้อง

บทความชิ้นนี้ เสนอจุดยืนว่า รัฐและอินเทอร์เน็ตเกี่ยวพันกันและไม่สามารถทิ้งสิ่งใดสิ่งหนึ่งไปได้ และจุดยืนที่ว่าอินเทอร์เน็ตเป็นพื้นที่ปลอดรัฐ เป็นจุดยืนที่มีปัญหา อย่างน้อยที่สุดก็จากมุมมองของความเป็นจริง (reality) และสังคมการเมือง และเน้นย้ำว่า แนวคิดที่สุดโต่งทั้งสองข้าง (ทั้งไม่ควบคุมใดๆ และควบคุมอย่างละเอียด) เป็นแนวคิดที่มีปัญหาทั้งคู่ บทความนี้ต้องการเสนอว่า แนวคิดการจัดการอินเทอร์เน็ตของรัฐ สมควรที่จะเกิดขึ้นจากการตกลงกันในสังคมเพื่อหาจุดสมดุลที่พอดีมากกว่า

ในงานเขียนชิ้นนี้ จะมีการใช้และอ้างอิงกรอบทฤษฏีทางสังคมการเมืองที่เกี่ยวข้องจำนวนหนึ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Robert Nozick, ปรัชญาการเมืองสาย Contractarian, ทฤษฏีของ Manuel Castell ที่ว่าด้วยเรื่องของโครงสร้างการสื่อสารทางอินเทอร์เน็ต และทฤษฏีย่อยๆ อีกจำนวนหนึ่ง ซึ่งมีความเกี่ยวพันในเชิงคำอธิบายของบทความนี้

Friday, June 3, 2016

อคติในอัลกอริทึม (Algorithm Bias) เมื่อคอมพิวเตอร์ไม่ได้เป็นกลางอย่างที่คิด

เมื่อช่วงรอบเดือนที่ผ่านมา มีข่าวที่ระบุว่า Facebook ทำการควบคุมเนื้อหาในส่วนของ Trending ที่มักจะแสดงในหน้าแรกของ News Feed ซึ่งกลายมาเป็นเรื่องใหญ่ จนนำมาสู่การออกมายืนยันจากผู้บริหารของ Facebook เองว่าไม่มีการควบคุมใดๆ แต่ในภายหลังก็มีการยกเลิกอัลกอริทึมดังกล่าวนี้ไป

ประเด็นดังกล่าวนี้อาจสะท้อนถึงสิ่งที่เรียกว่า “Algorithm Bias” หรืออคติในอัลกอริทึม (บางคนแปลว่า “ความไม่เป็นกลางของอัลกอริทึม”) ซึ่งแปลว่าอัลกอริทึม มีกลไกและกระบวนการในการประมวลผลและให้ค่าหรือผลลัพธ์ที่ไม่เป็นกลางอย่างที่ควรจะเป็น และการนำเสนอข้อมูลที่ไม่เป็นกลางเหล่านี้อาจนำไปสู่การชักนำความคิด ไม่ก็เปลี่ยนแปลงชีวิตผู้คนที่เกี่ยวข้องได้ และถือเป็นประเด็นสำคัญของบทความนี้ 

บทความนี้จะนำเสนอความเข้าใจพื้นฐานว่าอะไรคืออคติในอัลกอริทึม และส่งผลกระทบอย่างไรได้บ้าง รวมถึงจะแก้ไขปัญหาอย่างไร ทั้งนี้ มุมมองในบทความชิ้นนี้มาจากฐานของผู้เขียนที่อยู่ในโลกสังคมศาสตร์ มองมายังปัญหาซึ่งคาบเกี่ยวกับปัญหาในโลกคอมพิวเตอร์ ดังนั้นบทความชิ้นนี้จะไม่ลงรายละเอียดในเชิงเทคนิคมากนัก ด้วยข้อจำกัดทางความรู้ที่มี

Friday, April 22, 2016

ศาสนาไม่ใช่เครื่องสอนให้เราอยู่ร่วมกัน: ข้อคิดเห็นบางประการกับศาสนาและโลกสมัยใหม่

ศาสนาไม่ใช่เครื่องสอนให้เราอยู่ร่วมกัน: ข้อคิดเห็นบางประการกับศาสนาและโลกสมัยใหม่

การที่บอกว่าศาสนาเป็นเครื่องมือในการสอนให้คนเราอยู่ร่วมกันหรือเป็นเรื่องของแนวทางวัตรปฏิบัติสำหรับคนในสังคมนั้น เป็นความเข้าใจของคนกลุ่มหนึ่งซึ่งพยายามมองว่า ศาสนาเป็นสิ่งที่ยังคงมีบทบาทในสังคมและมีพื้นที่อยู่บนโลกของสมัยใหม่ ซึ่งมีความเหนือกว่าปรัชญาในฐานะที่เป็นตัวเพิ่มหรือสอนกระบวนการคิดและเป็นแนวทางในการดำรงชีวิตของมนุษย์

ความเชื่อเช่นนี้มีข้อบกพร่องอย่างน้อยสองประการ ซึ่งผู้เขียนอาจจะขอตั้งข้อสังเกตอย่างหยาบๆ เอาไว้ในงานเขียนชิ้นนี้ดังต่อไปนี้


Saturday, September 26, 2015

การกลับไปพิจารณา “เหตุผลของรัฐ” และ “การปกครองชีวญาณ” ของฟูโกต์: ทัศนะเชิงวิพากษ์จากคำบรรยายที่วิทยาลัยแห่งฝรั่งเศส

หมายเหตุ บทความชิ้นนี้เคยเป็นส่วนหนึ่งของรายงานที่ส่งในวิชาทฤษฏีสังคมวิทยาสมัยเรียนของผู้เขียน เมื่อเห็นว่ามีประโยชน์ จึงนำมาเผยแพร่อีกครั้งหนึ่งไว้ ณ ที่นี้


Raison d’Etat is the very essence of the state, and it is equally the knowledge (connaissance) that enables us to follow, as it were, the weave of this raison d’Etat, and comply with it. - Michel Foucault (Security, Territory, Population; 257)


ความนำ

ในบรรดาหลายแนวคิดที่มีความสำคัญของ มิเชล ฟูโกต์ คือการพูดถึงสิ่งที่เรียกว่า การปกครองชีญาณ” (Governmentality) ที่มาจากคำว่า “govern” + “mentality” (การปกครอง + วิธีคิด) ซึ่งถือเป็นแนวคิดหลักหนึ่งของฟูโกต์นอกเหนือไปจากแนวคิดอย่าง วาทกรรม, ประวัติศาสตร์ทางเพศ และอื่นๆ ซึ่งแนวคิดของการปกครองชีวญาณนั้นเป็นแนวคิดที่ว่าด้วยเรื่องของการปฏิบัติการของรัฐ และเป็นคำอธิบายที่ชัดเจนอย่างมากของฟูโกต์ที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติการของรัฐที่มีต่อบุคคลภายในรัฐ

อย่างไรก็ตาม ความคิดเรื่องของการปกครองชีวญาณนั้นก็เป็นสิ่งที่ถูกพูดถึงกันมาก โดยลืมพูดถึงสิ่งที่เรียกว่า เหตุผลของรัฐ” (Raison d’Etat) ซึ่งเป็นหนึ่งในเครื่องมืออย่างสำคัญของรัฐที่ทำให้รัฐนั้นสามารถมีความชอบธรรมในการตรวจตราประชาชนและการใช้การปกครองชีวญาณ เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการบริหารจัดการประชาชนได้

ในบทความนี้ จะเป็นการทบทวนวรรณกรรม ความเข้าใจ และประเด็นที่เกี่ยวกับการปกครองชีวญาณและเหตุผลของรัฐ จากคำบรรยายที่วิทยาลัยแห่งฝรั่งเศส ในปีคริสตศักราช 1977-1978

Monday, August 10, 2015

โฆษณา iPhone ของ dtac: ข้อสังเกตบางประการ

โฆษณา iPhone ของ dtac: ข้อสังเกตบางประการ
ภัทรนันท์ ลิ้มอุดมพร
นักศึกษาปริญญาโท สาขาการสื่อสารอินเทอร์เน็ต มหาวิทยาลัยเคอร์ทิน ออสเตรเลีย

เมื่อช่วงวันที่ 9 -10 สิงหาคม 2558 ที่ผ่านมา dtac ซึ่งเป็นผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือของประเทศ ได้เผยแพร่โฆษณาชิ้นหนึ่งซึ่งมีเนื้อหาในความสำคัญว่า คนที่ใช้ iPhone นั้นดีกว่า และไม่ต้องอายจากการใช้โทรศัพท์มือถือจากค่ายหรือระบบปฏิบัติการอื่นที่มีอยู่ในท้องตลาด แน่นอนว่าโฆษณาชิ้นนั้นได้รับเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากผู้ที่ได้รับชมเป็นจำนวนมาก จนในที่สุดนำมาสู่การ ซ่อน” (private) โฆษณาชิ้นนั้นจากสาธารณะเพื่อไม่ให้เกิดเสียงวิจารณ์อีก
บทความขนาดสั้นชิ้นนี้มุ่งจะวิเคราะห์ว่า เหตุใดถึงเกิดกระแสความไม่พอใจขึ้น และโฆษณาชิ้นนี้สะท้อนถึงสิ่งใด บทความชิ้นนี้ต้องการนำเสนอว่า แท้ที่จริงแล้วโฆษณาชิ้นนี้สะท้อนภาพของความเป็นชนชั้นกลางและฝันแบบชนชั้นกลางของสังคมไทย (โดยเฉพาะอย่างยิ่งชนชั้นกลางในสังคมเมือง) ซึ่งการบริโภคสิ่งของอย่าง iPhone ถือเป็นการบริโภคสิ่งของที่เป็นสัญญะที่สะท้อนถึงความเป็นชนชั้นกลาง ผู้ที่ไม่อาจจะมีรากเหง้าทางวัฒนธรรมและรังเกียจความเป็นชนชั้นล่างอย่างมาก ทั้งหมดนี้เกิดจากสองปัจจัยที่สำคัญ หนึ่งคือจากฐานและกรอบคิดของชนชั้นกลางเอง และสองคือด้วยลักษณะของตัวผลิตภัณฑ์เอง ผลที่ได้คือรูปแบบการนำเสนอที่คิดว่า iPhone เป็นของที่เหนือกว่าและดีกว่า แต่ในแท้ที่จริงแล้วนั้น iPhone มีลักษณะเป็นสินค้าในเชิงวัฒนธรรมแบบชนชั้นกลางอยู่จำนวนมากนั่นเอง

Thursday, January 15, 2015

ชีวิตที่ไม่มีความ "ภูมิใจ" และ "ความคาดหวัง" ใดๆ

ผมเป็นคนที่ไม่มีความภูมิใจใดๆ กับเรื่องที่ทำมาตลอดชีวิต เพราะเมื่อนั่งกลับมาย้อนดูอดีตของตัวเอง ชีวิตของตัวเองไม่เคยมีความภูมิใจใดๆ ทั้งสิ้น ไม่เคยมีความภูมิใจใดๆ ที่จะทำให้คิดว่าเป็นสิ่งที่เอาไปคุยกับคนอื่นได้ทั้งสิ้น และไม่เคยคาดหวังใดๆ ทั้งสิ้น


Tuesday, December 9, 2014

Exodus และอะไรๆ หลายๆ อย่าง

ตั้งแต่แรกเริ่มเห็น Trailer ผมเองก็อยากดูแล้วสำหรับหนังเรื่อง Exodus ที่เอาคัมภีร์ไบเบิลในส่วนที่ชื่อเดียวกับ เอามาทำเป็นหนัง (เข้าใจว่าในส่วน Old Testament)

คนอื่นๆ อาจจะดู production แต่ผมชอบตรงเนื้อเรื่อง กล่าวคือ มันรักษาเนื้อเรื่องส่วนใหญ่ค่อนข้างตรงกับที่มีเขียนในคัมภีร์นั่นแหละ โอเคที่ว่า plot อาจจะมีการบิดไปเพื่อให้เหมาะสมกับความเป็นหนัง แต่ทั้งหมดทั้งปวง ถือว่าทำมาได้ดีมากๆ