Saturday, January 11, 2014

ปัญหาโลกแตกของคนมีอุปกรณ์เยอะ เพราะอะไร?

พักนี้ถูกถามเยอะ และล่าสุดก็ถูกล้วงควักเอาออกมาจากกระเป๋าจนได้รับฉายาว่า "เจ้าพ่อแกดเจ็ต" ไปหมาดๆ ว่าทำไมต้องมีอุปกรณ์เยอะแยะปานนี้?

ผมก็มานั่งคิด อืม... จะตอบว่าเป็นปม? ไม่ใช่แน่ แต่มันมาจากสาเหตุที่ซับซ้อนกันสามสี่เรื่อง

หนึ่ง... สมัยที่ผมใช้มือถือ Siemens A35 (ดึกดำบรรพ์แค่ไหน คิดดู ริงโทนคือเพลง Amazing Grace) มีอยู่ครั้งหนึ่งที่มือถือแบตหมดกลางคันตอนเรียนที่สยาม วันนั้นกินขนมเพลิน เลยมีเงินติดตัวเพียง 20 บาท (อนาถ) เลยต้องเดินไปหาโทรศัพท์หยอดเหรีญแล้วโทรหาแม่ให้มารับ สารภาพว่านับตั้งแต่วันนั้น ไอเดียของการพกมือถือหนึ่งเครื่อง หายไปเลย

สอง... ผมไม่ต้องการผูกตัวเองติดกับค่ายไหนจนมากเกินไป ผมนึกถึงวันที่บริษัทพวกนี้มันล่มสลายลง คำถามแรกคือ แล้วข้อมูลตรูล่ะ? แล้วถ้าชินชากับการใช้แบบหนึ่งแล้ววันหนึ่งเกิดมันไม่ทำต่อล่ะ? ผมนึกเรื่องนี้มานานมากแล้วตั้งแต่เด็ก เช่น ถ้าสมมติว่า Microsoft ล่มสลายลง Office ไม่มีต่อไป แล้วเราจะทำยังไง? อะไรทำนองนี้

สาม... ผมพบว่าในแต่ละสถานการณ์ผมใช้อุปกรณ์แต่ละชิ้นแตกต่างกันไปหมด เช่น เวลาสถานการณ์พิมพ์งานจริงจัง ผมต้องใช้โน๊ตบุ๊ค เวลาอยากเข้าอะไรเร็วๆ ไป Chromebook เวลาอยากเล่นเกมใช้ Desktop เวลาอ่านหนังสือใช้ Tablet Z ฯลฯ คือ... มันไม่มีอุปกรณ์อันเดียวที่ทำได้ทุกอย่างจริงๆ ไม่มีอุปกรณ์ที่ยืดหน้าจอให้มันใหญ่ได้ มันไม่มี

ทั้งหมดเป็นสามเรื่องหลัก เรื่องอยากเล่นโน้นนี้อยู่ในหัวน้อยมากๆ ชิ้นเดียวที่เข้าข่ายคือ Geeksphone Keon Firefox OS เท่านั้นจริงๆ นอกนั้น... มันไม่ใช่อ่ะ

คือเมื่อคิดถึงที่สุดแล้ว จะเป็นไปได้หรือไม่ที่เราจะถือให้น้อยชิ้นที่สุด แต่ตอบโจทย์ทุกสถานการณ์ให้ได้มากที่สุด? Phablet ผมก็มองว่าไม่ใช่ทางออก เพราะเวลาอ่านเอกสารนับร้อยหน้า Phablet ไม่มีทางที่จะตอบโจทย์ได้ ปวดตามากๆ

หรือในที่สุด เราจะอยู่กันแบบนี้ไปเรื่อยๆ?

No comments:

Post a Comment