Monday, August 4, 2014

ทำไมถึงต้อง "ของหรู/มือถือหรู"?

หลายคนที่เห็นผมเขียนข่าวใน Blognone ระยะหลังๆ จะพบว่าผมเขียนข่าวออกไปในทิศทาง lifestyle มากขึ้น แต่ที่อาจจะชัดเจนที่สุดคือการเขียนข่าว โดยเน้นหนักไปที่มือถือราคาแพง หลายตัวแค่สี่เครื่องมีราคาเท่ารถ Camry หนึ่งคัน หรือไม่ถ้าจะซื้อก็คงต้องขายเว็บปิดกิจการไปเลย (ตัวอย่างที่ชัดเจนก็เช่น Vertu Signature Touch ที่เครื่องละ 420,000 บาท) แน่นอนว่าเลี่ยงไม่พ้นคำถามจากทุกคนว่า "ทำไม?" บางคนก็บอกว่าเป็นเพราะ lifestyle ของผมที่ติดหรูสุดขีด หรือไม่ก็เพราะเป็นความชอบส่วนตัว

คำตอบที่ผมจะตอบก็คือ มันเป็นความ "จงใจ" ตั้งแต่แรกที่จะเขียนข่าวที่ Blognone แล้ว และผม "จงใจ" แบบชนิดเต็มๆ 100% ซึ่งทั้งหมดไม่ใช่เพราะ lifestyle (ผมไม่คิดว่าการซื้อมือถือหมื่นปลายเหยียบแสน เป็นสิ่งที่ "สมเหตุสมผล" เท่าใดนัก) แต่เป็นความจงใจและการวิเคราะห์ทุกอย่างล่วงหน้าหมดแล้ว

อธิบายเพิ่มเติมก็คือ ผมเห็นด้วยกับพี่มาร์ค ที่แกมักจะบอกว่าโทรศัพท์มือถือในกลุ่มเรือธง (ประมาณ 2-3 หมื่นบาท เช่น HTC One M8, Galaxy S5, Xperia Z2) มันถึงจุดอิ่มตัวแล้ว ความต่างในระดับสเปคก็ไม่หนีกันมาก คุณสมบัติและฟีเจอร์ก็จะไม่ต่างกันเท่าไหร่แล้ว เรียกในภาษาวิชาการ คือมันเสื่อมมนต์ขลัง (disenchantment) ไปเรียบร้อยแล้ว

ผมถามตัวเองตอนจับ LG G3 และ M8 หนึ่งในสองเรือธงที่ถือว่าดีที่สุดของปี 2014 ผมก็ได้แต่ทำหน้าเซ็งๆ (ภาษาฝรั่งคือ meh) เพราะในที่สุดมันไม่มีอะไรที่ทำให้ผมรู้สึกฮือฮาได้อีก

สิ่งที่พี่มาร์คมอง คือกระแสของมือถือราคาถูกจะมาแรง และแรงมากในรอบปีนี้ ตัวอย่างเช่น Motorola Moto G ที่ปูทางกันมาก่อนตั้งแต่รอบปลายปีที่แล้ว จนมาถึงรอบปีนี้ที่ Zenfone 4 ของ ASUS ขายดีเป็นเทน้ำเทท่า มีเท่าไหร่ก็ขายกันไม่พอด้วยราคาที่น่าตะลึงคือ 2,990 และทุกอย่างทำได้ไม่แพ้มือถือระดับเรือธง ซึ่งผมเห็นด้วยว่ากระแสนี้จะมาแรงมากๆ

แต่ในแง่ของการแข่งขันระหว่างสื่อ หรือแม้กระทั่งคนเขียนในเว็บด้วยกันเอง (อย่าลืมว่า Blognone เป็นเว็บที่ขับเคลื่อนด้วยชุมชนเป็นหลัก ไม่ใช่ระบบจ้างคน มีทีมงานมาเขียน ผมไม่มีทางรู้ว่าใครจะเขียนอะไรก่อนแน่ๆ) เมื่อผมพิจารณาแล้ว ก็พบว่าตลาดนี้ดุเดือดเลือดพล่านมาก เพราะผมมีสูตรอันหนึ่งในการเขียนข่าวหรือรีวิวใดๆ อยู่อันหนึ่ง นั่นก็คือ (Content + Speed) x Exclusive ซึ่งปัญหาของตลาดนี้ก็คือ เนื้อหาใครๆ ก็ทำได้ แถมไม่พิเศษอีกต่างหาก (Zenfone ไม่มีเครื่องแจกสื่อลองเล่น หลายเจ้าต้องซื้อมารีวิวเอง) สิ่งเดียวที่จะแตกต่างได้เป็น "speed" หรือความเร็วเท่านั้น! (ซึ่งจริงๆ ผมก็ภูมิใจกับรีวิว Zenfone 4 นะ เพราะเราชนะในแง่ speed จากคนอื่นๆ เยอะมาก)

ในเวลาเดียวกัน ถ้ามองจากบรรดาผู้มีอันจะกินทั้งหลาย การถือ iPhone อย่างเดียว หรือพลาสติกแบบ Galaxy S5 มันก็ไม่ตอบโจทย์คนเหล่านี้อีกต่อไป จริงอยู่ ภาพช่วงหนึ่งคือเรื่องของการล้ำสมัยและเหนือกว่าคนทั่วไป แต่ในเมื่อการเข้าถึง (accessible) ของสมาร์ทโฟนใครๆ ก็มีแล้ว (แถมผ่อนได้อีก) คำถามคือ แล้วจะถือมันไปทำไม?

ผมเลยหันไปมองที่ตลาดบนระดับสูง ซึ่งมันตอบโจทย์พวกนี้หมด กล่าวคือ


  1. ผู้เล่นในสายสื่อไม่เยอะ ไม่มีใครมานั่งรายงานว่า Vertu คืออะไร TAG Heuer กำลังออกมือถืออะไร Mobiado กำลังทำอะไร ที่ผ่านมามีแต่บอกว่า เออ ออกมาแล้วนะ แล้วก็จบแค่นั้น
  2. ผู้เล่นในฝั่งผู้ผลิตอุปกรณ์มีน้อยราย เท่าที่เอามือมานั่งนับก็มี Vertu, TAG Heuer, Mobiado, Porsche Design, Savelli เป็นต้น (Lumigon ไม่อยากนับเท่าไหร่ เพราะมันไม่ได้แพงปานนั้น) นับง่าย ติดตามได้ไม่เหนื่อย
  3. ความหวือหวา + Exclusive ซึ่งถ้ามองว่าเป็นข่าว ระหว่างข่าว Sony ออกมือถือตลาดล่างรุ่นใหม่ กับ Porsche Design ออกมือถือรุ่นใหม่ อะไรจะดึงดูดความสนใจมากกว่ากัน? ผมมีรีวิวของมากชิ้นที่ทุ่มทุนเขียนมาก แต่มียอดแชร์อยู่ไม่ถึงร้อย ขณะที่รีวิว Vertu Signature Touch ยอดแชร์ผมกลับมีเฉียดสามร้อย
  4. ไม่ต้องเหนื่อย ไม่ต้องแข่งกับคนอื่นในแง่ของ speed เพราะถ้าสมมติมีข่าว Zenfone ตัวใหม่ ผมอาจจะต้องลงภายใน 5-10 นาที ทันทีที่รู้ข่าว ขณะที่ถ้าเป็นประกาศของ Vertu ในการสร้างมือถือใหม่ ผมอาจจะเอาไปลงพรุ่งนี้เช้าก็ได้ รึไม่ก็สุดสัปดาห์เลย โอกาสเขียนข่าวลงมีน้อยแน่ๆ
กล่าวคือมันตอบโจทย์ (Content + Speed) x Exclusive ทั้งหมดที่ผมมีได้ และสภาพมันก็เป็น blue ocean มากกว่า red ocean ซึ่งมันทำให้ผมไม่เหนื่อยนัก และถ้าตลาดนี้มีคนเล่นเยอะแล้ว ผมก็กระโดดหนีไปตลาดอื่นๆ ได้อีก

ยิ่งได้อ่านรายงานข่าวคร่าวๆ ว่า ตลาดนี้มีมูลค่ามากถึง 60 ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ (ผมเข้าใจว่าตามรายงานฝรั่งควรเป็นตัวเลขนี้นะ) และในปีที่แล้ว (2013) โตขึ้นถึง 6% ยิ่งยืนยันว่า ผมมาถูกทางในเวลานี้ ที่ทุกคนต่างลงไปเล่นในตลาดมือถือระดับล่างกันหมด

แน่นอนว่าการเป็นผู้ริเริ่ม (pioneer) มันมีราคาที่ต้องจ่ายสูงลิบลิ่ว (กว่าจะได้รีวิว Signature Touch ผมก็เหนื่อยมามาก เป็นเดือนๆ กว่าจะเอาตัวเองเข้าไปในงานได้ แถมหมดค่าชุด ค่าเสื้อผ้า และเวลาไปอีกมหาศาล) แต่เมื่อทำหนทางได้แล้ว งานทั้งหมดมันก็ไม่ลำบาก ผมตอบได้เลยว่ามันเป็นหนึ่งในการตัดสินใจที่ถูกต้อง อย่างน้อยที่สุดก็ในรอบปีนี้

แต่ทั้งนี้ ผมไม่แน่ใจว่าผมจะอยู่ในสนามนี้ได้นานแค่ไหน? 5 ปี? 10 ปี? เพราะถ้าจุดหนึ่งเกิดทุกคนลงมาทำกันหมด ผมก็อาจจะต้องหาของใหม่มาทำแทนก็เป็นได้ เพราะผมเชื่อว่า blue ocean มันมีตลอดนั่นแหละ อยู่ที่ว่าจะมองมันออกหรือเปล่าเท่านั้น