ปัญหาโลกแตกของคนมีอุปกรณ์เยอะ เพราะอะไร?

พักนี้ถูกถามเยอะ และล่าสุดก็ถูกล้วงควักเอาออกมาจากกระเป๋าจนได้รับฉายาว่า “เจ้าพ่อแกดเจ็ต” ไปหมาดๆ ว่าทำไมต้องมีอุปกรณ์เยอะแยะปานนี้?

ผมก็มานั่งคิด อืม… จะตอบว่าเป็นปม? ไม่ใช่แน่ แต่มันมาจากสาเหตุที่ซับซ้อนกันสามสี่เรื่อง

หนึ่ง… สมัยที่ผมใช้มือถือ Siemens A35 (ดึกดำบรรพ์แค่ไหน คิดดู ริงโทนคือเพลง Amazing Grace) มีอยู่ครั้งหนึ่งที่มือถือแบตหมดกลางคันตอนเรียนที่สยาม วันนั้นกินขนมเพลิน เลยมีเงินติดตัวเพียง 20 บาท (อนาถ) เลยต้องเดินไปหาโทรศัพท์หยอดเหรีญแล้วโทรหาแม่ให้มารับ สารภาพว่านับตั้งแต่วันนั้น ไอเดียของการพกมือถือหนึ่งเครื่อง หายไปเลย

สอง… ผมไม่ต้องการผูกตัวเองติดกับค่ายไหนจนมากเกินไป ผมนึกถึงวันที่บริษัทพวกนี้มันล่มสลายลง คำถามแรกคือ แล้วข้อมูลตรูล่ะ? แล้วถ้าชินชากับการใช้แบบหนึ่งแล้ววันหนึ่งเกิดมันไม่ทำต่อล่ะ? ผมนึกเรื่องนี้มานานมากแล้วตั้งแต่เด็ก เช่น ถ้าสมมติว่า Microsoft ล่มสลายลง Office ไม่มีต่อไป แล้วเราจะทำยังไง? อะไรทำนองนี้

สาม… ผมพบว่าในแต่ละสถานการณ์ผมใช้อุปกรณ์แต่ละชิ้นแตกต่างกันไปหมด เช่น เวลาสถานการณ์พิมพ์งานจริงจัง ผมต้องใช้โน๊ตบุ๊ค เวลาอยากเข้าอะไรเร็วๆ ไป Chromebook เวลาอยากเล่นเกมใช้ Desktop เวลาอ่านหนังสือใช้ Tablet Z ฯลฯ คือ… มันไม่มีอุปกรณ์อันเดียวที่ทำได้ทุกอย่างจริงๆ ไม่มีอุปกรณ์ที่ยืดหน้าจอให้มันใหญ่ได้ มันไม่มี

ทั้งหมดเป็นสามเรื่องหลัก เรื่องอยากเล่นโน้นนี้อยู่ในหัวน้อยมากๆ ชิ้นเดียวที่เข้าข่ายคือ Geeksphone Keon Firefox OS เท่านั้นจริงๆ นอกนั้น… มันไม่ใช่อ่ะ

คือเมื่อคิดถึงที่สุดแล้ว จะเป็นไปได้หรือไม่ที่เราจะถือให้น้อยชิ้นที่สุด แต่ตอบโจทย์ทุกสถานการณ์ให้ได้มากที่สุด? Phablet ผมก็มองว่าไม่ใช่ทางออก เพราะเวลาอ่านเอกสารนับร้อยหน้า Phablet ไม่มีทางที่จะตอบโจทย์ได้ ปวดตามากๆ

หรือในที่สุด เราจะอยู่กันแบบนี้ไปเรื่อยๆ?

Photo by Caio Resende from Pexels

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *