Sunday, 21 February 2021

เขียนถึงการเคลม Surface

คนที่ติดตาม Microsoft Surface มาตลอด ก็คงทราบดีว่าหนึ่งในปัญหาของ Surface ที่ถือว่าเป็นเรื่องใหญ่พอสมควรคือเรื่องที่ Touch Cover ปริตรงจุดเชื่อมต่อ ซึ่งผมคิดว่าน่าจะเป็นปัญหาที่ “กาว” และการใช้แบบพับไปด้านหลังบ่อยๆ ทำให้มันหลุดออกมา ตอนแรกก็นึกว่าจะไม่เจอปัญหานี้ ที่ไหนได้ พอย่างเข้าปีใหม่ และนับๆ แล้วก็หกเดือนหลังจากซื้อ Touch Cover ผมก็เจอปัญหาแบบเดียวกัน!

จนได้สินะ…
เฮ้อ….

แต่เอาล่ะ สาวกไมโครซอฟท์ (มีด้วยรึ?) อย่างเราๆ ต้องศรัทธาครับว่าปัญหาเล็กน้อยแค่นี้ต้องแก้ไขได้ ซึ่งเอาจริงๆ ถ้าหมดประกัน ผมคงเอากาวตราช้างมาทา ดันส่วนที่ปริกลับเข้าไป สิ้นเรื่อง แต่เนื่องจาก Touch cover ผมซื้อแยก (ประเด็นไม่ได้อยู่ที่ภาษาบนแป้น แต่อยู่ที่สี ที่แถมมีแต่สีดำ หงุดหงิดมาก) ก็เลยจัดการเข้าเคลมประกันครับ

ปกติเวลาสินค้ามีปัญหาก็ต้องไปจัดการที่ซื้อ แต่กับ Surface แล้วเป็นหนังคนละเรื่อง สิ่งแรกที่ควรทำ (และจริงๆ ควรทำตั้งแต่ซื้อเครื่อง) คือเข้าไปลงทะเบียนใน surface.com โดยใช้ Microsoft Account (พูดง่ายๆ คือ Hotmail ของท่านที่ใช้กับ Surface) กรอกที่อยู่และรหัสประจำเครื่อง จากนั้นก็เสร็จสิ้น แล้วเข้าไปสร้างใบขอซ่อม ระบุอาการว่ามีอะไรเสียหาย ในกรณีผมก็รายงานไปตามตรงว่ามีความเสียหายทางกายภาพ ระบุว่า Touch cover มันปริแตกตรงรอยต่อ จากนั้นก็ยืนยัน แล้วจะมีอีเมล์มาหาเรา จริงๆ จะโทรก็ได้ แต่เวลาที่ผมขอเคลมมัน 22.30 น. โทรไปคงไม่มีใครรับแน่ = =”

วันรุ่งขึ้น มีเจ้าหน้าที่ติดต่อมาเพื่อรับชิ้นส่วนที่เสีย ก็ใส่กล่องเดิมและบรรจุภัณฑ์ทั้งหมดให้พร้อม อำลาของที่เสียให้พร้อม เจ้าหน้าที่มารับถึงบ้าน แล้วก็รอสักวันสองวันติดต่อกลับ

เมื่อวานมีเจ้าหน้าที่โทรมาแจ้งว่าให้จัดส่งที่ไหน นัดแนะเสร็จเรียบร้อย เช้านี้โทรมาอีกที ไม่ถึงสิบนาที ของก็มาอยู่ในมือ สอบถามได้ความว่าไม่มีการซ่อม มีแต่การเปลี่ยนใหม่อย่างเดียวเท่านั้น

ของทดแทน ใส่ห่อและกล่องกันกระแทกอย่างดี
งดงาม

ระยะเวลาทั้งหมด ผมส่งคำขอไปวันพุธ รับของไปวันพฤหัสบดี ได้ของคืนวันจันทร์ คือ เร็วมากๆ อารมณ์ประมาณ ถ้าขอเคลมวันจันทร์ ศุกร์คงได้ สำคัญคือไม่ต้องไปปะทะคารมกับร้านค้าที่มักจะตุกติกและดำเนินการช้าอย่างไม่น่าให้อภัย ส่งถึงบ้านและไม่ต้องคิดอะไรมากเลย เผลอๆ นี่อาจจะดีกว่า Apple ด้วยซ้ำตรงที่ถ้าเป็น Apple ผมอาจจะต้องเดินเข้าหาศูนย์บริการเมื่อพ้นระยะเวลาที่กำหนด

แต่มีปัญหาสองอย่างที่ผมคงต้องฝากไปถึงไมโครซอฟท์ให้พิจารณาสักหน่อย

หนึ่ง… ไม่ใช่ทุกคนที่จะเข้าถึงระบบเว็บที่ซับซ้อน จะดีกว่าหรือไม่ถ้ามี drop point เช่นตรง CRC Tower? คือ ให้เจ้าหน้าที่ช่วยสร้างใบส่งซ่อม แล้วรับไว้ อะไรทำนองนี้ (แต่อย่างว่า เดี๋ยวก็มีเหตุการณ์ปะทะคารมกันอีกน่ะ)

สอง… ตอนใช้ภาษาไทย ผมเลือกวิธีการส่งกลับและรับคืนไม่ได้ คือเข้าใจว่าเป้นขั้นตอนปกติ แต่มันเกิดปัญหากับภาษาไทย ผมต้องเปลี่ยนไปใช้ภาษาอังกฤษถึงดำเนินการต่อได้ ขอให้แก้ไขในจุดนี้ด้วย

ทำได้แค่นี้ก็เทพมากแล้วครับ กราบศาสดา Bill Gates และ Steve Ballmer ครับ ที่คิดวิธีนี้มา แก้ปัญหาชีวิตไปได้แยะ เรียกว่าเคลม Surface และอุปกรณ์ ง่ายกว่าที่คิดจริงๆ นึกว่าต้องถ่อสังขารหอบร่างฝ่าวิกฤตชาติไป IT City

เรื่องแนะนำ

การกลับไปพิจารณา “เหตุผลของรัฐ” และ “การปกครองชีวญาณ” ของฟูโกต์: ทัศนะเชิงวิพากษ์จากคำบรรยายที่วิทยาลัยแห่งฝรั่งเศส

บทความนี้ จะเป็นการทบทวนวรรณกรรม ความเข้าใจ และประเด็นที่เกี่ยวกับการปกครองชีวญาณและเหตุผลของรัฐ จากคำบรรยายที่วิทยาลัยแห่งฝรั่งเศส ในปีคริสต์ศักราช 1977-1978

ใช้ GCP f1-micro รันเว็บไซต์ส่วนตัวฟรีๆ – ตอนที่ 3 เปิด Account และสร้าง VM

ตอนที่แล้วผมได้พูดถึงสิ่งที่ต้องทำ (planning) หากต้องการมีเว็บไซต์ของตนเองฟรีบน Google Cloud Platform ขั้นตอนต่อไปเราจะมาเริ่มทำเลยครับ (ไม่ต้องรอแล้ว ลุยเลย!)

ใช้ GCP f1-micro รันเว็บไซต์ส่วนตัวฟรีๆ – ตอนที่ 4 เปิด swap + ล็อค IP Address

หลังจากเราเปิดบัญชี GCP และ เริ่มรัน Virtual Machine บน Compute Engine ตามขั้นตอนในตอนที่แล้ว มาในตอนนี้เราจะเริ่มต้นเปิด swap และล็อค IP Address กันครับ

ใช้ GCP f1-micro รันเว็บไซต์ส่วนตัวฟรีๆ – ตอนที่ 1 รู้จักกับ GCP & Always Free

เนื้อหาในตอนนี้ เป็นการพูดถึง Google Cloud Platform และ Free Tier ที่ใช้งานฟรี ซึ่งในตอนต่อไป เราจะนำมาสร้างเว็บไซต์ส่วนตัวที่ใช้ WordPress และปรับแต่งกัน

ใช้ GCP f1-micro รันเว็บไซต์ส่วนตัวฟรีๆ – ตอนที่ 8 ติดตั้ง Cloudflare CDN

เราเดินทางมาถึงตอนสุดท้าย ซึ่งในตอนนี้เราจะติดตั้ง Cloudflare CDN เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระของ Server เรากัน ไม่ให้ทำงานช้าจนเกินไปครับ

ใช้ GCP f1-micro รันเว็บไซต์ส่วนตัวฟรีๆ – ตอนที่ 5 ติดตั้ง xAMP Stack + ปรับแต่ง

หลังจากเราได้เครื่องที่รันงานได้ พร้อมกำหนดค่า IP Address และเชื่อมโดเมนตามที่เราทำในตอนที่แล้ว มาตอนนี้เราจะมาสู่ตอนที่ 5 ซึ่งก็คือการติดตั้ง xAMP Stack และปรับแต่งประสิทธิภาพเพื่อให้เหมาะกับเครื่อง f1-micro กันครับ

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here